ไทย English



++ สำหรับการเข้าใช้งานเว็บไซต์ใหม่ www.ThanachartSec.com ครั้งแรก กรุณายืนยันตัวตนและกำหนดรหัสผ่านใหม่ก่อนเข้าใช้งาน เนื่องจากบริษัทมีการเปลี่ยนเว็บไซต์ใหม่และมีการปรับระบบการเข้าสู่ระบบใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2561 เป็นต้นไป  ++        
   

FATCA สำหรับลูกค้าสัญชาติอเมริกัน


FATCA สำหรับลูกค้าสัญชาติอเมริกัน

  • FATCA คืออะไร?
  • FATCA ย่อมาจาก Foreign Account Tax Compliance Act เป็นกฎหมายที่ออกโดยสหรัฐอเมริกา มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อป้องกันมิให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่มีสถานะเป็นบุคคลอเมริกันหลีกเลี่ยงการจัดเก็บภาษีของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยผ่านการเปิดบัญชีกับสถาบันการเงินนอกสหรัฐอเมริกา เพื่อทำธุรกรรมการเงิน

    FATCA กำหนดให้สถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์มีหน้าที่ต้องรายงานข้อมูลทางบัญชี เงินได้ของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลอเมริกันที่มีรายได้นอกสหรัฐอเมริกา และ/หรือหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholdable Payment) และนำส่งต่อหน่วยงานจัดเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกา (Internal Revenues Service: IRS) ในกรณีลูกค้าที่ไม่ให้
    ความร่วมมือ


  • FATCA เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงิน อย่างไร?
  • FATCA กำหนดให้สถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ทั่วโลกที่ให้ความร่วมมือเข้าทำข้อตกลงกับIRS มีหน้าที่จัดทำรายงานข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินของลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกันให้แก่ IRS ตามระยะเวลาที่กำหนด แต่หากสถาบันการเงินหรือบริษัทหลักทรัพย์ใดไม่ให้ความร่วมมืออาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามที่FATCA กำหนด


  • ทำไมสถาบันการเงินไทย ต้องปฏิบัติตาม FATCA?
  • สถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ในประเทศไทย ได้ให้ความร่วมมือกับ IRS ตามFATCA ตั้งแต่เดือนเมษายน 2557 เนื่องจากสถาบันการเงินไทย มีการทำธุรกรรมทางการเงินกับสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์ทั่วโลกจำนวนมาก การให้ความร่วมมือจึงเป็นการป้องกันไม่ให้ถูกดำเนินมาตรการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือถูกปฏิเสธการทำธุรกรรมทางการเงินจากสถาบันการเงินอื่นทั่วโลกที่ให้ความร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการทำธุรกรรมของลูกค้าได้


  • FATCA มีผลกระทบอย่างไรกับลูกค้าสถาบันการเงินไทย?
  • นับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป สถาบันการเงินไทยมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลลูกค้าเพิ่มเติมเมื่อมาติดต่อทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น เปิดบัญชีใหม่ เป็นต้น โดยลูกค้าตอบแบบสอบถามสถานะความเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกันที่สถาบันการเงินไทยกำหนดร่วมกัน หากลูกค้าไม่ใช่บุคคลอเมริกัน หรือไม่มีข้อบ่งชี้ว่าอาจเป็นบุคคลอเมริกัน ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติม แต่หากลูกค้าเป็นบุคคลอเมริกันหรือมีข้อบ่งชี้ว่าอาจเป็นบุคคลอเมริกัน ลูกค้าต้องกรอกแบบฟอร์มของ IRS เพื่อยืนยันสถานะตนเอง


  • ทำไมลูกค้าบุคคลธรรมดา/นิติบุคคลไทย ต้องกรอกแบบฟอร์ม FATCA?
  • ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป FATCA กำหนดให้สถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ต้องตรวจสอบสถานะความเป็นบุคคลอเมริกันของลูกค้าทุกรายที่มาทำธุรกรรมกับสถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ เช่น เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เปิดบัญชีซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น สถาบันการเงิน ซึ่งรวมถึงบริษัทหลักทรัพย์ไทย จึงได้ร่วมกันกำหนดแบบสอบถามสถานะความเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกัน (FATCA Form)ของลูกค้า เพื่อยืนยันสถานะตนเอง ทั้งนี้ การพิจารณาว่าเป็นบุคคลอเมริกันนั้น มิใช่พิจารณาเฉพาะสัญชาติอเมริกันเท่านั้น ลูกค้าอาจมีข้อบ่งชี้ว่าที่เป็นบุคคลอเมริกันได้ เช่น เกิดที่สหรัฐอเมริกา มีที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นต้น


  • ข้อบ่งชี้ว่าลูกค้าอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกัน มีอะไรบ้าง?
  • FATCA กำหนดข้อบ่งชี้ว่าลูกค้าอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกัน มีดังนี้

    กรณีบุคคลธรรมดา

    • มีสัญชาติอเมริกัน / เกิดที่สหรัฐอเมริกา / มีที่อยู่ถาวรในสหรัฐอเมริกา
    • มีที่อยู่ปัจจุบัน หรือที่อยู่เพื่อการติดต่อ หรือที่อยู่เพื่อรับส่งไปรษณีย์แทน ในสหรัฐอเมริกา
    • มีที่อยู่ชั่วคราวในสหรัฐอเมริกา หรือ เคยอาศัยอยู่ในอเมริกาเกินกว่า 183 วัน
    • มีหมายเลขโทรศัพท์ในสหรัฐอเมริกา
    • มีการมอบอำนาจให้บุคคลอื่นที่มีที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา ดำเนินการเกี่ยวข้องกับบัญชีแทน
    • มีการทำคำสั่งทำรายการโอนเงินเป็นประจำไปยังบัญชีที่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

    กรณีนิติบุคคล

    • เป็นบริษัทที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งในสหรัฐอเมริกา
    • เป็นบริษัทที่มีข้อมูลบ่งชี้ได้ว่า มีความเกี่ยวพันกับสหรัฐอเมริกาซึ่งมีบุคคลหรือนิติบุคคลอเมริกัน เป็นผู้ถือหุ้นไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในสัดส่วนของหุ้นรวมกันเกินกว่า 10%


  • บุคคลอเมริกันหรือมีข้อบ่งชี้ว่าอาจเป็นบุคคลอเมริกัน หากประสงค์ทำธุรกรรมการเงินต้องทำอย่างไร?
  • บริษัทหลักทรัพย์ขอความร่วมมือให้ลูกค้ากรอกแบบฟอร์มเพื่อรับรองสถานะของตนเอง ดังนี้

    • แบบฟอร์ม W-9 เพื่อรับรองความเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกัน และระบุเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของสหรัฐอเมริกา (TIN Number) ด้วย
    • แบบฟอร์ม W-8BEN เพื่อรับรองว่าไม่ได้เป็นบุคคลอเมริกัน พร้อมกับแสดงเอกสารสนับสนุน
    • แบบฟอร์ม W-8BEN-E เพื่อรับรองว่าไม่ได้เป็นนิติบุคคลอเมริกัน พร้อมกับแสดงเอกสารสนับสนุน
    ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์อาจขอเอกสาร หรือ หลักฐาน เพิ่มเติมจากลูกค้าเพื่อประโยชน์ในการรับรองตนเองของลูกค้าว่าไม่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกัน


  • หากไม่ใช่บุคคลอเมริกัน/ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นบุคคลอเมริกันและไม่ประสงค์ลงทุนต้องทำ W-8BEN หรือไม่?
  • หากลูกค้าลงนามยืนยันในแบบสอบถามสถานะความเป็นบุคคล/นิติบุคคลอเมริกัน (FATCA Form) และไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเป็นบุคคลอเมริกัน อีกทั้งไม่มีและไม่มีความประสงค์จะลงทุนในตราสารที่จะได้รับเงินได้จากสหรัฐอเมริกา
    ลูกค้าไม่ต้องกรอกแบบฟอร์ม W-8BEN


  • ลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกัน บริษัทหลักทรัพย์จะหักภาษีแทน IRS หรือไม่?
  • หากลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกันที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตาม FATCA บริษัทหลักทรัพย์ไม่มีหน้าที่ในการหักภาษี แทน IRS แต่มีหน้าที่รวบรวมและรายงานข้อมูลบัญชี ธุรกรรมการเงิน ของลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลอเมริกัน ให้ IRS เท่านั้น


  • บริษัทหลักทรัพย์ต้องรายงานข้อมูลของลูกค้าทุกรายให้แก่ IRS หรือไม่ และรายงานเมื่อใด?
  • บริษัทหลักทรัพย์มีหน้าที่รายงานเป็นรายปีเฉพาะข้อมูลลูกค้าที่เป็นบุคคลธรรมดาอเมริกัน นิติบุคคลอเมริกันและลูกค้าที่ปฏิเสธให้ความร่วมมือเท่านั้น โดยข้อมูลที่รายงาน เช่น ชื่อลูกค้า ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี (TIN) เลขที่บัญชี และยอดเงิน หรือ มูลค่าทรัพย์สินคงเหลือในบัญชี ณ วันทำการสุดท้ายของปี เป็นต้น


  • หากลูกค้าไม่ให้ข้อมูล/เอกสารตามที่ FATCA กำหนด ลูกค้าจะได้รับผลกระทบอย่างไร?
  • บริษัทหลักทรัพย์ขอสงวนสิทธิ์ในการพิจารณาเปิดบัญชีให้กับลูกค้า


  • ลูกค้าสามารถขอใช้สำเนา W-8BEN หรือ W9 ที่ทำไว้แล้ว ได้หรือไม่?
  • ได้ โดยลูกค้าที่ขอใช้สำเนา W-8BEN หรือ W9 ที่ทำไว้แล้วต้องลงชื่อในสำเนาด้วยเพื่อจัดส่งให้บริษัทหลักทรัพย์ แทนการจัดทำแบบใหม่ได้