ไทย English



ดูข้อมูลผลประกอบการ 3Q17 ย้อนหลัง เพียงพิมพ์ชื่อหุ้นผ่าน Line@thanachartsec ได้แล้ววันนี้ เพียง Add Friend Line ID : @thanachartsec (มี @ ด้วย)        
   

เกี่ยวกับการซื้อขายตราสารอนุพันธ์


วิธีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ผ่านทาง www.TNSitrade.com

  • จะเริ่มต้นการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้อย่างไร?
  • ก่อนการซื้อขายท่านต้องทำการโอนเงินหลักประกันเข้ามาที่บัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์ของท่านที่ บล.ธนชาต ก่อน คลิกเพื่อดูรายละเอียดการฝากเงิน ที่นี่ เมื่อวางหลักประกันแล้วจึงจะสามารถเริ่มต้นการซื้อขายได้ 

    นอกจากนี้ท่านจำเป็นจะต้องมี
    • Username - ชื่อที่ใช้ในการเข้าสู่ระบบในTNSitrade.com จะต้องประกอบด้วยอักษรหรือเลข 6-10 ตัว
    • Password - รหัสผ่านเข้าสู่ระบบ
    • PIN No. - รหัสผ่านที่ใช้ในการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้น จะต้องประกอบด้วยตัวเลขทั้งหมด 6 ตัว


    จากนั้นเริ่มต้นการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ผ่านทาง www.TNSitrade.com ดังนี้

    • กรณีลูกค้าเดิม (มีบัญชีหลักทรัพย์กับ บล. ธนชาต)
      • ไปที่หน้าแรกของ www.TNSitrade.com
      • ระบุ Username และ password เดิมสำหรับ Login เข้าสู่ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์
      • ไปที่เมนู “ซื้อขายตราสารอนุพันธ์”
      • จากนั้นจะเข้าสู่เว็บเพจส่วนการซื้อขายตราสารอนุพันธ์
      หมายเหตุ:
      ท่านสามารถใช้ PIN No. เดิม (ที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์) ในการยืนยันการส่งคำสั่งซื้อขาย ตราสารอนุพันธ์
    • กรณีลูกค้าใหม่ (ยังไม่เคยเปิดบัญชีใดๆ กับ บล. ธนชาต)
      • ไปที่หน้าแรกของ www.TNSitrade.com
      • ระบุ Username และ password ที่ได้ทำการลงทะเบียนสมัครไว้
      • ท่านจะพบกับหน้าบังคับให้กำหนด PIN No. (ตัวเลข 6 ตัวเท่านั้น) เพื่อใช้เป็นรหัสสำหรับยืนยันการส่งคำสั่งซื้อขาย
      • จากนั้นจะเข้าสู่เว็บเพจส่วนการซื้อขายตราสารอนุพันธ์
      หมายเหตุ:
      ท่านสามารถกำหนด PIN No. ได้เมื่อทำการ Login เข้าสู่ระบบครั้งแรก หลังจากที่บัญชีได้ทำการ Activate เรียบร้อยแล้ว


  • จะส่งคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้อย่างไร?
  • ท่านสามารถส่งคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์ได้ที่โปรแกรม TNSitrade โดยมีขั้นตอนดังนี้
    1. ส่งคำสั่ง ซื้อ(Buy) หรือ ขาย(Sell)
    2. ระบุ ชื่อย่อตราสารอนุพันธ์ที่ต้องการส่งคำสั่ง สามารถพิมพ์ชื่อย่อของตราสารอนุพันธ์ หรือเลือกจาก Drop-down list
    3. ระบุ จำนวน Contract ของตราสารอนุพันธ์ที่ต้องการส่งคำสั่ง
    4. ระบุ ราคาของตราสารอนุพันธ์ที่ต้องการส่งคำสั่ง
    5. เลือก สถานะ(Position) เปิดสัญญา(Open) หรือ ปิดสัญญา(Close) และท่านยังสามารถกำหนดสถานะเป็นแบบอัตโนมัติ (Auto) ได้ด้วย
    6. เลือก ลักษณะของราคา(Type)
      • Limit : คำสั่งซื้อขายที่ระบุราคาเสนอซื้อหรือขาย
      • Market : คำสั่งซื้อขายที่ไม่ระบุราคาที่ต้องการซื้อหรือขาย แต่ต้องการให้คำสั่งที่ส่งเข้าไปได้รับการจับคู่ ณ ราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้น
    7. เลือก ประเภทของคำสั่งซื้อขาย(Validity)
      • FOK (Fill or Kill) : คำสั่งซื้อขายที่กำหนดให้จับคู่การซื้อขายทันทีและหากไม่สามารถจับคู่การซื้อขาย ดังกล่าวได้ทั้งหมดตามจำนวน ให้ยกเลิการเสนอซื้อขายนั้นทันที
      • FAK (Fill and Kill) : คำสั่งซื้อขายที่กำหนดให้จับคู่การซื้อขายทันที และหากไม่สามารถจับคู่การซื้อขาย ได้เลย หรือจับคู่บางส่วน และมีจำนวนเสนอซื้อขายเหลืออยู่บางส่วน ให้ยกเลิกการ เสนอซื้อขายที่ยังจับคู่ไม่ได้นั้นทันที
      • Day : คำสั่งซื้อขายที่มีผลในระบบซื้อขายภายในวันที่ส่งคำสั่ง
    8. ระบุ ปริมาณสัญญา(P/B Vol.) ที่ต้องการทยอยส่งจนกระทั่งเท่ากับ จำนวน Vol. ที่กำหนด
    9. นอกจากนี้ท่านสามารถส่ง Stop Order (คำสั่งซื้อขายที่ให้การเสนอซื้อขาย ณ ราคาตลาดมีผลในระบบซื้อขาย เมื่อราคาตลาดขณะนั้นเคลื่อนไหวมาถึงเงื่อนไขราคาที่กำหนด) โดยการทำเครื่องหมาย / ที่หน้าข้อความ Stop Order โปรแกรมจะแสดงหน้าจอเพิ่มเติม เพื่อให้ท่านป้อนรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขของการส่งคำสั่ง ตามหน้าจอดังนี้
      • Symbol : ตราสารอนุพันธ์ที่จะใช้เป็นเงื่อนไข
      • Condition : รูปแบบของเงื่อนไข ประกอบไปด้วย
        Bid>=ราคาเสนอซื้อมากกว่า หรือเท่ากับ
        Bid>=ราคาเสนอซื้อน้อยกว่า หรือเท่ากับ
        Ask>=ราคาเสนอขายมากกว่า หรือเท่ากับ
        Ask>=ราคาเสนอขายน้อยก่วา หรือเท่ากับ
        Last>=ราคาล่าสุดมากกว่า หรือเท่ากับ
        Last>=ราคาล่าสุดน้อยกว่า หรือเท่ากับ
      • Price : ราคาของตราสารอนุพันธ์ที่ใช้เป็นเงื่อนไข
    10. เมื่อป้อนคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ให้ท่านระบุรหัสซื้อขาย (PIN No.) จากนั้นกดปุ่ม Submit เพื่อส่งคำสั่งซื้อขายไปยังตลาดตราสารอนุพันธ์


  • หากต้องการยกเลิกคำสั่งซื้อขายตราสารอนุพันธ์ จะทำได้อย่างไร?
  • ท่านสามารถยกเลิกคำสั่งของท่านได้ตลอดเวลา ตราบใดที่คำสั่งนั้นๆ ยังไม่ได้รับการจับคู่(Matched) ดังต่อไปนี้
    • ทำเครื่องหมาย / ที่ช่องว่างด้านหน้าคำสั่งที่ท่านต้องการยกเลิก
    • กด "Cancel"
    • ใส่รหัส (PIN No.)


  • เมื่อเปิดบัญชีซื้อขายอนุพันธ์แล้ว ต้องนำเงินประกันมาวางทันทีหรือไม่?
  • ไม่ต้อง แต่จะต้องนำเงินประกัน (Initial Margin) มาวางก่อนที่จะส่งคำสั่งซื้อขาย


  • ส่งคำสั่งซื้อตราสารอนุพันธ์ที่มีมูลค่าสูงกว่า จำนวนเงินที่สามารถใช้ได้จริง(Excess Equity) ได้หรือไม่?
  • ระบบจะ Reject คำสั่งของท่านโดยอัตโนมัติ เนื่องจากจำนวนเงินที่สามารถใช้ได้จริง(Excess Equity)ไม่พอ โดยจะปรากฎข้อความว่า Not enough excess equity : Excess Equity[xxxxxxx]


  • ต้องการดูรายการซื้อขายย้อนหลังได้ที่ไหน?
    • ไปที่หน้าแรกของ www.TNSitrade.com
    • ระบุ Username และ password เดิมสำหรับ Login เข้าสู่ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์
    • ไปที่เมนู “รายการซื้อขายย้อนหลัง” (ทางด้านซ้ายมือของเว็บไซต์) สามารถดูรายการย้อนหลังสูงสุด 3 เดือนโดยจะนำขึ้นแสดงบนเว็บไซต์ในวันทำการถัดมาหลังจากวันที่มีการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ (T+1)




  • ต้องการทราบกำไร/ขาดทุนจากการซื้อขายตราสารอนุพันธ์ สามารถตรวจสอบได้ที่ไหน?
  • 1.กรณีที่ต้องการตรวจสอบยอดกำไร/ขาดทุนของสถานะพอร์ตโฟลิโอ
    • หลังจาก Log-in เข้าสู่ระบบ www.tnsitrade.com
    • ไปที่เมนู "สถานะพอร์ตโฟลิโอ"
    • เลือกเลขที่บัญชี (Trading Account) ใน Drop down เมนูทางด้านบน ให้เป็นเลขบัญชีอนุพันธ์ที่ลงท้ายด้วย 7
         หรือ
    • เข้าสู่โปรแกรม Real time (TNSitrade)
    • เลือก Portfolio จะแสดงยอดกำไร/ขาดทุนของ portfolio ของท่าน

    2.กรณีที่ต้องการตรวจสอบผลกำไร/ขาดทุนย้อนหลังของการเทรดอนุพันธ์
    • หลังจาก Log-in เข้าสู่ระบบ www.tnsitrade.com
    • ไปที่หัวข้อ"สรุปผลกำไรขาดทุนย้อนหลัง (Historical P/L)"
    • จากนั้นเลือกเลขที่บัญชี (Trading Account) ใน Drop down เมนูทางด้านบน ให้เป็นเลขที่บัญชีอนุพันธ์ที่ลงท้ายด้วยเลข 7
    • และเลือกระยะเวลาที่ต้องการดูข้อมูลย้อนหลัง โดยสามารถเลือกดูผลกำไร/ขาดทุนย้อนหลังได้สูงสุด 3 เดือน
    หมายเหตุ : การซื้อขายตราสารอนุพันธ์ มีการคำนวนกำไรและขาดทุนในทุกสิ้นวัน เพื่อให้คู่สัญญาสามารถตรวจสอบเงินประกันของตนว่าต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้หรือไม่ หากต่ำกว่าต้องมีการเรียกเก็บเพิ่ม (Call margin) และในทางกลับกันหากมีผลกำไรเกิดขึ้นกำไรจะนำไปรวมกับเงินประกันขั้นต้นที่วางไว้ ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า Mark to Market







  • หากบัญชีซื้อขายตราสารอนุพันธ์ของท่านถูกเรียกให้วางหลักประกันเพิ่ม (Call margin) ท่านต้องดำเนินการอย่างไร?
  • ท่านต้องดำเนินการฝากเงินเป็นหลักประกันเพิ่มเข้ามา โดยจะต้องวางให้ทันภายในวันที่ T+1 ก่อนตลาดอนุพันธ์ปิดทำการ1 ชั่วโมง (หรือภายใน 15.55 น. ของวันที่ T+1) อย่างไรก็ตาม หากผู้ลงทุนยังไม่นำเงินมาวางภายในเวลาที่กำหนด ก็จะไม่สามารถส่งคำสั่งเพื่อสร้างสถานะสัญญาใหม่เพิ่มเติมได้ นอกจากจะทำการส่งคำสั่งเพื่อปิดสถานะ สัญญาที่มีอยู่เดิม

    แต่ถ้าหากผู้ลงทุนไม่สามารถนำเงินมาวางเพิ่มเติมได้ทันตามเวลาที่กำหนด บริษัทมีสิทธิที่จะบังคับล้างฐานะสัญญา (Force Close) ของลูกค้าบางส่วนหรือทั้งหมด ภายในเวลา 10.45 น.. ของวันทำการถัดไปนับจากวันที่ครบกำหนดให้วางหลักประกันเพิ่ม หรือดำเนินการอื่นใดตามที่บริษัทเห็นสมควรดังกล่าว (วันที่ T+2) เพื่อรักษาระดับหลักประกันของลูกค้าให้ไม่ต่ำกว่า ระดับหลักประกันเริ่มต้น โดยลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลขาดทุนที่เกิดขึ้นทั้งจำนวน ซึ่งอาจจะมากกว่าจำนวนเงินวางหลักประกันทั้งหมดที่ลูกค้าได้วางไว้ และลูกค้าจะต้องชำระยอดเงินดังกล่าวเพิ่มเติมให้แก่บริษัทภายในวันทำการถัดไปหลังจากวันที่ล้างฐานะสัญญาเสร็จสิ้น




  • ต้องการทราบอัตราหลักประกัน (Margin Rate) สามารถตรวจสอบได้จากที่ไหน?
  • ท่านสามารถตรวจสอบระดับหลักประกัน (Margin Rate) ได้จากเมนู Trading Portfolio จากนั้นเลือกปุ่ม Margin Rate จะแสดงอัตราหลักประกันโดยแบ่งตามสินค้าอ้างอิง